Monday, June 29, 2009

IRONIC

พ่อทำงาน...อาบแดด...ถูกแผดเผา
ลูกดื่มเหล้า..ฟังเพลง...ครื้นเครงเหลือ
แม่ขายผัก...กินข้าว...เคล้ากับเกลือ
ลูกเอื้อเฟื้อ...พาสาวเที่ยว...เลี้ยวโฮเตล
พ่อหาเงิน...ส่งลูกเรียน...เพียรอุตส่าห์
ลูกติดยา...คบเพื่อนชั่ว...มั่วให้เห็น
แม่กระหาย...ดื่มน้ำคลอง...ตอนกลองเพล
ลูกทะเล้น...จิบวายแดง...แพงจับใจ

พ่ออดอยาก...ไม่เคยบ่น...ทนลำบาก
ลูกมักมาก...เพศสัมพันธ์...มันส์ชิบหาย
แม่ทอผ้า...ปลูกหม่อน...หารายได้
ลูกหญิงชาย...เที่ยวสนุก.....โรคติดตัว
พ่อสูบน้ำ...เข้าแปลงนา...ปลูกข้าวกล้า
ลูกมัวเมา...การพนัน...หมั่นหาผัว
แม่หาบน้ำ...เลี้ยงเป็ดไก่...ทำสวนครัว
ลูกใจชั่ว...ใช้เงินเพลิน...เดินหลงทาง

พ่อขายวัว...ส่งควายเรียน...เวียนศรีษะ
ลูกตะกละ...กินฟาสฟู๊ต...พูดกว้างขวาง
แม่ปวดเมื่อย...สู้งานหนัก...ไม่ละวาง
ลูกสำอาง...ใช้ของแพง...แข่งสังคม
พ่อผอมแห้ง...เรื่ยวแรงน้อย...ด้อยอาหาร
ลูกประพฤติ...อันตพาล...ล่าเสพสม
แม่เป็นดอก...ทบต้น...หมดอารมณ์
ลูกเขี้ยวคม....ฆ่าพ่อแม่...ก่อนแก่ตาย

Monday, June 22, 2009

สูตรแห่งความสุข...ตำราชีวิตประจำวัน

“สูตรแห่งชีวิตประจำวัน” หรือ “ตำราแห่งชีวิต” ที่ควรจะส่งต่อไปให้คนที่เรารัก, ห่วงใยและต้องการให้เขาหรือเธอมีความสุขทั้งกายและใจ...เนื้อหาและคำแนะนำที่น่าสนใจยิ่ง ทั้งง่ายและตรงไปตรงมา ใครจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ไม่บังคับยัดเยียดกัน ไม่ต่อว่าต่อขานกัน แต่ถ้าหากมีความมุ่งมั่นจะทำอะไรให้กับชีวิตของตนเอง ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าส่งเสริมสนับสนุน สมควรที่จะให้กำลังใจแก่กันและกันอย่างยิ่ง สูตรที่ว่านี้มีง่าย ๆ อย่างนี้
1. ดื่มน้ำให้มาก
2. กินอาหารเช้าเหมือนราชา รับประทานอาหารเที่ยงเหมือนเจ้าชาย และเมื่อถึงอาหารเย็นให้วาดภาพว่าตัวเองเป็นแค่
3. กินอาหารที่โตบนต้นและบนดิน พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผลิตจากโรงงาน
4. ใช้ชีวิตบนหลักการ 3 E...นั่นคือ energy หรือพลังงาน, enthusiasm หรือกระตือรือร้น และ empathy คือเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มากๆ
5. หาเวลาทำสมาธิหรือสวดมนต์เสมอ
6. เล่นเกมสนุกๆ เสียบ้าง อย่าเครียดกันนักเลย
7. อ่านหนังสือให้มากขึ้น...ตั้งเป้าว่าปีนี้จะอ่านมากกว่าปีที่ผ่านมา
8. นั่งเงียบๆ อยู่กับตัวเองสักวันละ 10 นาทีให้ได้
9. นอนวันละ 7 ชั่วโมง
10. เดินสักวันละ 10 ถึง 30 นาที แล้วแต่จะสะดวก ไม่ต้องเครียดกับมัน วันไหนไม่ได้เดิน ก็อย่าหงุดหงิดกับมัน
11. ระหว่างเดิน อย่าลืมยิ้ม
นั่นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจที่ผสมปนเปกันได้เสมอ หากทำเป็นกิจวัตร ชีวิตก็จะแจ่มใส แต่อย่าทำให้ตัวเองเครียดด้วยการรู้สึกผิดถ้าหากวันไหนทำไม่ได้ตามที่วางกำหนดเวลาของตนเอาไว้ วันนี้ทำไม่ได้ พรุ่งนี้ทำก็ได้ แต่การไม่เอาจริงเอาจังกับตัวเองเกินไปไม่ได้หมายถึงการผัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้
1. อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้นเขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
2. อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
3. อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
4. อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
5. อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ....นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
6. จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ
7. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าๆ ปลี้ๆ...คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
8. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
9. ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร...จงอย่าเกลียดคนอื่น
10. ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
11. ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
12. จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต
13. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
14. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกแถลงกับคนอื่นหรอก...บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร
แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้างเราล่ะ?
1. อย่าลืมโทรหาครอบครัวบ่อยๆ
2. จงหาอะไรดีๆ ให้คนอื่นทุกวัน
3. จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
4. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6 ขวบ
5. พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน
6. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย
7. งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ ดังนั้น อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด
และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้ก็ควรจะทำดังต่อไปนี้
1. ทำสิ่งที่ควรทำ
2. อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ ไม่สวย ไม่น่ารื่นรมย์ จงทิ้งไปเสีย... เก็บไว้ทำไม?
3. เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้
4. ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน
5. ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน จงลุกจากเตียง แต่งตัวและปรากฏตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงานด้วย...get up, dress up and show up.
6. สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
7. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
8. เชื่อเถอะว่าส่วนลึกๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุขเสมอ...ดังนั้นส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า?
และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ส่งบทความที่ต่อไปให้คนที่คุณรักและห่วงหาอาทรด้วย

ที่มา : Forward Mail

Friday, June 19, 2009

Say NO to Smart Phones

Smart phones are great but with great power comes great responsibilities.
Here are top seven reasons why you shouldn't get a smart phone.

1) Cost. Buying an Iphone or BB + 12 month usage fees lets you use your mobile phone free for the next four years (800b/month).

2) Privacy. Do you feel guilty not answering to a BB, Push Mail or Email when you know you have access to? What would be your excuse when people know you are always 'reachable'?

3) Safety. When you lose a smart phone, all your contacts and the convenient access to your 'personal information' are at risks.

4) Technology Addiction. Having the greatest and latest makes you feel on top of the game but it also make you be the first to run out to the store when the newer smart phones are out.

5) Diminish Social Skills. People with smart phones tend to communicate less in social settings because they are too busy updating their status in the digital world.

6) Traffic Accidents. Because it lets you do more than just calling and sending SMS, people who use a smart phone have higher risks when driving.

7) Ruining Life Surprises. What's the fun of living when you know exactly where to go, what to do and what to expect? Fun and freedom to explore are now taken away.

Thursday, June 04, 2009

Don't waste your time on social interactive sites

Some of us spend too much time on social interactive sites (i.e. facebook, hi5, twitter, etc). Instead of talking to your friends, co-workers and family, we prefer to tease, joke, poke and respond to someone we hardly know living across the world. Spending time wisely and meaningfully with family members and people who really care about you (instead of those who always try to get into your pants) can make us all feel more wholesome and real.

We can't deny that the people we see or live with everyday can sometimes be boring but they are the ones who will visit you at a hospital when you get sick, go to your lame birthday party and try to help you pay the bill, or help you unconditionally when you are in trouble (DUIs included). Sorry I'm not here to teach anyone. In fact, I think I'm just reminding myself not to waste too much time chatting and building my online profile to impress people that I have a lot of cool friends and have been to so many countries.

It's true that these sites help you discover lost friends and keep in touch with your buddies but what is the point of all this when we can't even touch real people we come into contact everyday on a fundamental level. I have seen some people being converted to a social interactor that they can't communicate intuitively or naturally in person anymore. Don't let that be you. Don't be a prey of what the society think you should do to be pleased. That is not who you really are.

After all, don't we all deserve a nice warm hug from those boring people we live with everyday? So let's start trying because true love and care can only be earned not "EDITED". Thanks for reading.